เทรนด์กำหนดการเติบโตธุรกิจ รพ.เอกชน เมื่อคนเปลี่ยนจาก “รักษาเมื่อเจ็บป่วย” สู่ “ดูแลสุขภาพเชิงรุก”
เทรนด์กำหนดการเติบโตธุรกิจ รพ.เอกชน เมื่อคนเปลี่ยนจาก “รักษาเมื่อเจ็บป่วย” สู่ “ดูแลสุขภาพเชิงรุก” รพ.ไม่ใช่แค่รักษาโรค แต่หวังให้เป็น “Lifelong Health Partner” ดูแลในทุกช่วงวัย ตั้งแต่ ป้องกัน คัดกรองความเสี่ยง ติดตามสุขภาพ ไปจนถึงดูแลระยะยาว
เมื่อโรงพยาบาลไม่ใช่เพียงที่รักษาโรคอีกต่อไป แต่คนคาดหวังให้เป็น “Lifelong Health Partner”
การเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนไทยในระยะต่อไป โดย ttb analytics ธนาคารทหารไทยธนชาติ มองว่า แนวโน้มมูลค่าตลาดโรงพยาบาลเอกชนไทยในปี 2569 รายได้ในภาพรวมยังพอขยายตัวได้ คาดว่าจะเติบโตที่ประมาณ 2.4% ซึ่งมีมูลค่าตลาดราว 3.4 แสนล้านบาท เป็นผลมาจาก Price Effect เป็นหลัก
ซึ่งสอดคล้องกับอัตราค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเฉลี่ย 6-7% ต่อปี และอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ที่ยังอยู่ในระดับสูง
ซึ่งยังคงมองในมุมการเติบโตที่อาศัยผลของราคาต่อไป ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนอาจเผชิญข้อจำกัดจากความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
ดังนั้น จึงจำเป็นจะต้องอาศัยกลยุทธ์เชิงรุกสำหรับแนวทางขยายการให้บริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้น และเพิ่มความจำเป็นในการเข้ารับบริการ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตแบบยั่งยืนในอนาคต และการมองเห็นเทรนด์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค ทั้งหมดคือ กุญแจสำคัญ
จาก “รักษาเมื่อเจ็บป่วย” สู่ “ดูแลสุขภาพเชิงรุก”
สิ่งที่น่าสนใจ คือ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างชัดเจน เมื่อความเจ็บป่วยคือสิ่งที่ไม่มีใครอยากเผชิญ คนก็เลือกที่จะป้องกันไว้ก่อน ทำให้จาก “รักษาเมื่อเจ็บป่วย” สู่ “ดูแลสุขภาพเชิงรุก”
เนื่องจาก ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองโรงพยาบาลเป็นเพียงสถานที่รักษาโรค แต่คาดหวังให้เป็น “Lifelong Health Partner” หรือที่ปรึกษาด้านสุขภาพที่ช่วยดูแลในทุกช่วงวัย ตั้งแต่การป้องกัน คัดกรองความเสี่ยง ติดตามสุขภาพ ไปจนถึงการดูแลต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อลดความเสี่ยงที่จะต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการบริการสุขภาพเชิงป้องกัน เวชศาสตร์ส่งเสริมสุขภาพ (Wellness) การดูแลผู้สูงอายุ และการบริหารจัดการโรคเฉพาะทางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สอดคล้องกับภาพรวมรายได้ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ กลุ่มโรงพยาบาลเฉพาะทาง และกลุ่ม Wellness ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566-2568) เติบโตเฉลี่ย 22.9% 34.0% และ 11.4% ต่อปี ตามลำดับ
ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับความสะดวก รวดเร็ว และประสบการณ์การใช้บริการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนัดหมายผ่านช่องทางดิจิทัล การพบแพทย์ทางไกล หรือบริการติดตามผลสุขภาพผ่านแอปพลิเคชัน
ด้าน กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ ความคาดหวังก็มีความซับซ้อนมากขึ้นเช่นกัน โดยไม่ได้พิจารณาเฉพาะคุณภาพการรักษาหรือชื่อเสียงของแพทย์เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์โดยรวมตลอดเส้นทางการรักษา ตั้งแต่การเดินทาง การสื่อสารหลายภาษา การดูแลหลังการรักษา ตลอดจนบริการด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการพักฟื้น
ซึ่งโจทย์สำคัญของการขยายตลาดของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนจึงไม่ใช่การพึ่งพาจำนวนผู้เข้ารับบริการที่เพิ่มขึ้น หรือการแข่งขันด้านราคาเท่านั้น แต่คือการเพิ่มรูปแบบการให้บริการด้านสุขภาพให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อให้คนไข้กลับมาใช้บริการต่อเนื่องและเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อครั้งสูงขึ้น
กาง 2 กลยุทธ์สำคัญ
ttb analytics ระบุว่า กลยุทธ์ที่จะเป็นกำลังสำคัญของการเติบโตธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน คือ
กลยุทธ์แรก ขยายบริการใน 3 แกนสำคัญ
- การแพทย์เฉพาะทาง สอดคล้องกับสังคมสูงวัยและความต้องการรักษาโรคซับซ้อนมากขึ้น
- เวชศาสตร์ความงาม โดยไทยมีฐานความเชี่ยวชาญและเป็นหนึ่งในบริการเด่นของ Medical and Wellness Tourism
- เวชศาสตร์เชิงป้องกัน ซึ่งกำลังขยายตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาดูแลสุขภาพเชิงรุกมากขึ้น หากโรงพยาบาลต่อยอดบริการจาก “รักษาเมื่อป่วย” ไปสู่ “ดูแลก่อนป่วย-ดูแลหลังรักษา-ดูแลเพื่อคุณภาพชีวิต” ผ่านโปรแกรมตรวจคัดกรองเฉพาะบุคคล เวชศาสตร์ชะลอวัย ฟื้นฟูผู้สูงอายุ และโภชนาการที่เหมาะสม ก็จะช่วยเพิ่มทั้งความถี่ในการเข้ามารับบริการและมูลค่าตลอดช่วงชีวิตของลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ
กลยุทธ์สอง คือ การยกระดับ Medical Tourism ให้พ้นจากการแข่งขันด้านราคา
ไปสู่การแข่งขันด้านความน่าเชื่อถือ ผลลัพธ์การรักษา และประสบการณ์คนไข้ รวมถึงการสร้างตลาด “Niche Medical Tourism” เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่มีความต้องการเฉพาะทาง และเป็นจุดแข็งของไทยที่โดดเด่น เช่น ภาวะมีบุตรยาก ศัลยกรรมตกแต่งและสร้างอวัยวะใหม่ (Gender-Affirming Care) การฟื้นฟูผู้สูงวัย และ Long-Term Wellness การเจาะตลาดเฉพาะจะช่วยลดการเปรียบเทียบราคาโดยตรงและสร้างอำนาจในการกำหนดราคาจากความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ตลอดจนสร้างเครือข่ายส่งต่อผู้ป่วยและกระจายฐานลูกค้าไปยังหลายประเทศเพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง
เพราะผู้ป่วยต่างชาติยังเป็นกลุ่มศักยภาพที่สร้างรายได้โดดเด่นกว่าในเชิงคุณภาพอย่างชัดเจน จึงสะท้อนว่าหากมีความน่าเชื่อถือและเจาะตลาดได้ถูกจุด ผู้ป่วยต่างชาติยังเป็นแหล่งรายได้ที่เติบโตเร็วกว่าฐานในประเทศได้
ท้ายที่สุด การแข่งขันของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนอาจกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคที่เน้น Volume ไปสู่ Value และจาก “รักษาโรค” ไปสู่ “บริหารสุขภาพ” ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างมูลค่าใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการแพทย์ในระยะยาว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB